ดึงพื้นที่ฮาร์ดดิสก์คืนมาด้วย 8 ขั้นตอน

เทคนิคหนึ่งที่นำมาใช้เสมอกรณีที่เริ่ม Setup คอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานเองก็คือ จัดแบ่งพาร์ติชั่นให้เหมาะสม โดยแยกให้เป็นพาร์ติชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการ พาร์ติชั่นสำหรับ Application และสำหรับ Cache Drive หรือ Temp Drive และเมื่อใดก็ตามที่เห็นผู้ใช้งานท่านใด บ่นว่าไม่มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูล เราว่าปัญหาแท้จริงนั้นไม่ใช่ว่าพื้นที่ทั้งหมดในฮาร ์ดดิสก์เต็มไปด้วยข้อมูล แต่ปัญหาจริงๆ ก็คือว่า การขาดการจัดการที่ดีมากกว่า แม้แต่ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ก็ต้องการการจัดการ

กรณีนี้กล่าวถึงเฉพาะในพาร์ติชั่นของระบบปฏิบัติการแ ละ Application เท่านั้น ส่วนตัวแล้ว กำหนดให้มีขนาดไม่เกิน 800
เมกะไบต์ เพราะถือว่าการติดตั้งซอฟต์แวร์ Application ในปริมาณที่เกินกว่า 1 เมกะไบต์นั้น เป็นการสิ้นเปลืองและการไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จร ิง รวมไปถึงการจัดการที่ไม่ดีด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม พื้นที่ 800 เมกะไบต์ของผมก็ยังเต็มอยู่บ่อย ด้วยเหตุนี้ผมจึงเรียบเรียง กลวิธีง่ายๆในการดูแลพาร์ติชั่นดังกล่าวให้สะอาดและม ีพื้นที่ว่างประมาณ 30 - 50 เมกะไบต์เสมอ ทำไมต้องมีพื้นที่ว่าง เพราะต้องว่างไว้สำหรับข้อมูลแคชของ Netscape , Internet Explorer , ไฟล์ที่มีผู้ส่งให้ทาง E-mail และข้อมูลที่ต้องถูกเก็บโดยอัตโนมัติในพาร์ติชั่นเดี ยวกับ Application ไม่สามารถแยกเก็บต่างหากได้


Click the image to open in full size.

1. Recycles Bin คือ สถานที่แรกที่ควรพิจารณาจัดการ ปกติถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขนาดของถังขยะจะมีความจุ 1/10 เท่าของพื้นที่พาร์ติชั่น กรณีของฮาร์ดดิสก์ 1 กิกะไบต์ ก็จะมีถังขยะขนาด 100 เมกะไบต์ หากไม่จัดการให้เหมาะสม ปล่อยให้ถังขยะเต็มอยู่ตลอดเวลา ก็จะเสียพื้นที่ 100 เมกะไบต์ไปโดยเปล่าประโยชน์


Click the image to open in full size.

2. การจัดการกับข้อมูลใน Disk Cache ของบราวเซอร์ เช่น Netscape , Internet Explorer ข้อดีของการมีข้อมูลเหล่านั้นไว้ก็คือ ประหยัดเวลาในการดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต และใช้ดูขณะ Offline ได้ แต่ข้อเสียก็คือใช้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ ทางที่ดีควร "ล้างแคช" โดยการใช้ฟังก์ชั่น Clear Cache ของบราวเซอร์ที่ใช้งาน กรณีของ Netscape นั้น ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตอยู่ใน C:\Program File\Netcape\…\cache ส่วนกรณีของ Internet Explorer นั้นอยู่ใน C:\Windows\Teporary Internet File\ พื้นที่ที่ใช้ในการเก็บไฟล์เหล่านั้นเริ่มจากไม่กี่เ มกะไบต์ไปจนหลายสิบเมกะ ไบต์ ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้ใช้งานก็ควรลบออก

3. การจัดการกับไฟล์ที่ส่งแนบมากับจดหมายอิเลคทรอนิคส์ และไฟล์ข้อมูลที่ดาวน์โหลดเข้าเก็บไว้โดยโปรแกรมประเ ภท Offline Web Browser สำหรับไฟล์ที่แนบมากับจดหมายอิเลคทรอนิคส์นั้น อาจต้องการใช้งานระยะเวลาสั้นๆ หลังจากต้องดำเนินการขั้นต่อไปคือ ตัดสินใจว่าจะสำรองข้อมูลไว้ หรือลบทิ้ง หรือนำไปจัดเก็บในพาร์ติชั่นสำหรับข้อมูล ส่วนไฟล์ HTMLและรูปภาพที่ดาวน์โหลดโดย Offline Web Browser ถ้าหากต้องการเก็บไว้อ้างอิงระยะยาว ก็ควรย้ายไปยังพาร์ติชั่นสำหรับข้อมูลเช่นกัน หากไม่ต้องการใช้ก็ลบทิ้ง พื้นที่ว่างที่ได้เพิ่มขึ้นนั้น หลากหลายตามสัดส่วนความรกของไฟล์ สำหรับไฟล์ที่รับจาก e-mail กรณีที่ใช้งาน Eudora พบว่าบางครั้งไฟล์ขนาดใหญ่ และรับครั้งเดียวไม่สำเร็จ และเมื่อรับครั้งต่อไป ไฟล์นั้นจะถูกทิ้งไว้ และสร้างชื่อใหม่ขึ้นอีก ไฟล์ที่ใช้ได้คือไฟล์ที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นจึงควรตรวจสอบและกำจัดไฟล์ขยะทิ้งไป

4. ไฟล์นามสกุล .tmp ใน C:\Windows\temp เป็นไฟล์ชั่วคราว (Temporary File)ที่ถูกสร้างขณะที่ใช้งาน Application ต่างๆ ถ้าหากการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยการเปิด-ปิดตามปกติ ไฟล์ชั่วคราวดังกล่าวจะถูกทำลายโดยอัตโนมัติเมื่อใช้ งานเสร็จ แต่ในกรณีที่วินโดวส์หยุดทำงานเพราะแฮงค์ ไฟล์ชั่วคราวดังกล่าวจะเหลืออยู่ และเมื่อเป็นปริมาณมากๆ ขนาดก็ใหญ่ตาม การกำจัดทำได้โดยใช้ยูทิลิตีส์ เช่น Norton Utility | Space Wizard

5. ทิ้งชิ้นส่วนที่ไม่ได้ใช้งานแต่ถูกติดตั้งลงไปเมื่อต ิดตั้งวินโดวส์ สำหรับวินโดวส์ภาษาไทย สิ่งที่ลบออกได้ก็คือ C:\Program File\Online Service จะสังเกตเห็นว่า Online Services ที่ให้มานั้นคือ ของ AT &T , CompuServe, AOL ซึ่งเป็น บริการที่หาไม่ได้ในประเทศไทย แต่ถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติ ไม่มีตัวเลือกให้ว่าจะเลือกติดตั้งหรือไม่ติดตั้ง และไม่มีตัว Uninstall ที่มากับ Windows ด้วย การลบทำได้สองวีธีคือ ลบด้วยมือ โดยเข้าไปลบใน Windows Explorer หรือใช้ยูทิลิตีส์ในการ Uninstall เช่น Clean Sweep , Uninstall การทิ้งส่วนนี้ให้พื้นที่ว่างถึง 9 เมกะไบต์

6. Application ที่แถมมากับวินโดวส์ แต่ไม่ได้ใช้งาน กรณีนี้ควรตรวจสอบก่อนลบว่าต้องการใช้อยู่หรือไม่ เช่น Hyper Terminal , Word Pad Thai , Windows Messaging , Paint ,ทำให้พื้นที่ว่างลงอีกหลายเมกะไบต์ได้เช่นกัน การเอาออกทำได้โดยใช้ฟังก์ชัน Add/Remove Program ใน Control Panel

7. ไฟล์สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ แต่หลงเหลือไว้ในฮาร์ดดิสก์หลังจากติดตั้งวินโดวส์เส ร็จเรียบร้อย พบในบางกรณี เช่น Notebook ยี่ห้อ Toshiba เมื่อซื้อมานั้น มักจะมาพร้อมกับวินโดวส์ 95 ซึ่งถูกติดตั้งเรียบร้อย แล้ว แต่ไฟล์สำหรับติดตั้งนั้นจะอยู่ใน C:\Windows\Option ซึ่งมีขนาดความจุ 60 - 90 เมกะไบต์ ทั้งนี้ประโยชน์ของการมีไฟล์ดังกล่าวไว้คือ กรณีที่วินโดวส์เสียหาย ก็สามารถติดตั้งจากตัวต้นฉบับที่ถูกคัดลอกไว้ดังกล่า วได้ แต่ก็เสียพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ไป ทางที่ดีควรพิจารณาสำรองไว้ในแผ่นฟล๊อปปี้ หรือหากเป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย (Workgroup) ก็ควรขอพื้นที่ในเซอร์เวอร์ เพื่อฝากไฟล์ดังกล่าว หรือหากไม่สามารถลบทิ้ง ไม่สามารถฝากไฟล์ไว้ที่เครื่องอื่นได้ แนะนำให้ลบไฟล์ชื่อ wowkit.exe ซึ่งมีขนาดถึง 19 เมกะไบต์ออก เพราะเป็นไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานกันตามปกติเช่นเดียวกัน

8. ไล่ดูแต่ละโฟลเดอร์ทั้งใหญ่และย่อยถ้าทำได้ บางทีอาจจะเหลือขยะที่ทำให้เราจัดการได้บ้าง เช่น ไฟล์ตกค้างใน Eudora , ไฟล์ตกค้างจากการใช้ Offline Browser เช่น Teleport หรือไฟล์ที่เราอาจจะค้นพบได้เพิ่มเติมว่า มันไม่มีประโยชน์ และเปลืองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์โดยไม่จำเป็น

อ่านไฟล์ PDF แบบไม่ต้องลงโปรแกรมด้วยPDFMENOT

PDFMENOT คือ เว็บไซต์ ที่ช่วยให้คุณสามารถอ่านไฟล์เอกสารนามสกุล .pdf ได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยที่เครื่องคอมฯของคุณไม่ต้องลงโปรแกรมอ่านไฟล์ PDF อย่าง Adobe Acrobat reader เลย
      
       วิธีการใช้ www.pdfmenot.com ทำได้โดยง่าย 2 ช่องทาง ดังนี้
       

       1. หากคุณทราบที่อยู่ไฟล์ PDF แล้ว ก็เพียงใส่ที่อยู่ลิงก์ลงไป
       

       ตัวอย่าง เมื่อคุณหาไฟล์เอกสารนามสกุล PDF จากเว็บไซต์ www.data-sheet.net (ที่ เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้) คุณจะเห็นที่อยู่ของไฟล์ อาทิ
      
       http://203.157.32.19/h5n1/Bangkok_Map/pranakhon.pdf

       

       คุณก็เพียงคัดลอกที่อยู่นี้และแปะไปที่ช่องว่างบนหน้าเว็บ pdfmenot.com และกดปุ่ม View PDF ก็เปลี่ยนเป็นหน้าเว็บที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับโปรแกรม เปิดอ่านไฟล์ PDF ของ Adobe ที่สามารถซูมเข้าออกได้ กดอ่านหน้าถัดไปได้
      
       อีกทั้งยังให้โค้ดไว้สำหรับนำหน้าเอกสารนี้ไปติดที่เว็บไซต์ หรือบล็อก เพื่อทำเป็นอี-บุ๊กอ่านออนไลน์ได้ทันทีอีกด้วย
             
       2. หากคุณมีไฟล์ PDF อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมอ่านไฟล์ PDF เอาไว้ ก็เพียงกดปุ่มเพื่อเลือกไฟล์และอัปโหลดไฟล์นั้นไปบนอินเทอร์เน็ต รอสักพักก็จะอ่านไฟล์ PDF นั้นได้เหมือนกับวิธีแรก
                    นอกจากนี้สำหรับผู้ใช้ไฟล์ PDF เป็นประจำ ก็สามารถติดตั้งปุ่มลัด (bookmarkelet) เข้าใช้งาน pdfmenot ได้ที่นี่ ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกเว็บเบราว์เซอร์ อาทิ อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์, ไฟร์ ฟอกซ์, กูเกิล โครม เป็นต้น ทุกครั้งที่เจอไฟล์ PDF ก็เพียงกดปุ่มนี้ก็จะอ่านไฟล์นั้นได้ทันทีในเบราว์เซอร์ของคุณเอง (คลิกดูรายละเอียดที่นี่)
      
       และสำหรับนักเขียนบล็อก มีบล็อกเป็นของตนเอง ทุกครั้งที่มีการให้ที่อยู่สำหรับเปิดอ่าน หรือ ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ใดๆ บนบล็อกของตน ก็สามารถแปรเปลี่ยนลิงก์เหล่านั้นให้กลายเป็นอี-บุ๊กเพื่ออ่านออนไลน์ได้ ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดไฟล์ลงเครื่อง เพื่อหาโปรแกรมเปิดอ่านอีกครั้ง
                   อนึ่ง PDF ย่อมาจากคำว่า Portable Document Format เป็นนามสกุลไฟล์ดิจิตอลที่เป็นมาตรฐานสำหรับผู้ที่ต้องการทำให้เอกสารฉบับ นั้นเน้นการอ่านอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขได้ (โดยง่าย) อีกทั้งทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เปิดอ่านไฟล์ฉบับเดียวกันนี้ จะได้อ่านไฟล์ที่มีหน้าตาเหมือนต้นฉบับทุกประการ จึงถือว่าปลอดภัยกว่าการส่งไฟล์เอกสารสำคัญๆ ให้ผู้อื่นในรูปแบบนามสกุล .doc มากมาย
      
       อย่างไรก็ดี ในปกติแล้วการเปิดอ่านไฟล์นามสกุล .pdf นั้นจะต้องเปิดผ่านโปรแกรม Adobe Acrobat reader ซึ่งเป็นโปรแกรมมีลิขสิทธิ์ Adobe Systems ของบริษัท แต่แจกจ่ายให้คนทั่วไปได้ใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหมายความว่าถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ใดที่ไม่มีโปรแกรมนี้ หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเดียวกันลงไว้ก็จะไม่สามารถอ่านไฟล์นามสกุล .pdf นั้นได้
      
       ทั้งนี้ เว็บไซต์ pdfmenot เป็นหนึ่งในผลงานเว็บไซต์จากบริษัท Stateless Systems ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ออฟฟิศใหญ่อยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ซึ่งเคยฝากผลงานดังๆ ไว้มากมาย อาทิเว็บไซต์ bugmenot ที่เปิดใครให้ก็ได้มาค้นหาชื่อบัญชี และรหัสผ่าน เพื่อเข้าไปใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาสมัครสมาชิกด้วยตนเอง ซึ่งทุกเว็บในเครือมียอดผู้เข้าชมรวมกันกว่า 10 ล้านคนต่อเดือน 

ใช้ Muziic ทั้งโหลดทั้งฟ้งเพลงสุดเจ๋ง

ด้วย Muziic คุณสามารถฟังเพลงฟรีแบบออนไลน์ และมีเพลงให้เลือกฟังเป็นล้าน ๆ เพลง ซึ่งคุณจะไม่มีปัญหาใด ๆ เหมือนอย่าง Napster
เพราะ Muziic นั้นเป็นการใช้งานที่ถูกกฏหมาย 100% คุณสามารถใช้โปรแกรมตัวนี้เพื่อค้นหาเพลงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทใด เก่าแค่ไหน
muziic-img-1
ในตอนแรกที่เริ่มใช้โปรแกรมนี้ใหม่ ๆ หน้าตาและการใช้งานโปรแกรมอาจจะยังไม่คุ้นเคยสำหรับคุณ แต่เมื่อคุณใช้ไปซักพัก คุณจะรู้สึกว่าโปรแกรมนี้สามารถใช้ค้นหา และฟังเพลงต่าง ๆ ได้สะดวกจริง ๆ
สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือดาวน์โหลด Muziic โดยคลิ๊กที่ นี่ จากนั้นให้ทำการ Install โปรแกรม แล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมาเพื่อใช้งาน
เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา คุณจะเห็น Muziic player window ซึ่งเป็นขึ้นมาเพื่อให้คุณได้ scroll up และ down เพื่อเลือกแนวเพลงที่คุณต้องการ คุณสามารถเปิด genre หรือแนวเพลง และทำการดูรายชื่อเพลงต่าง ๆ ที่มีสมาชิกคนอื่น upload เข้าไปที่ Muziic ได้โดยการคลิ๊กที่ชื่อของเพลงนั่นเอง
muziic-img-4
เมื่อคุณเลื่อกแนวเพลง และเจอเพลงที่คุณต้องการจะฟัง คุณก็เพียงแค่คลิ๊กที่สัญลักษณ์ข้าง ๆ เพลงนั้น คุณก็สามารถเพิ่มเพลงนั้นเข้าสู่ play list ได้ทันที
muziic-img-5
เมื่อเลื่อกเพลงให้ไปอยู่ใน play list แล้วคุณก็สามารถ double click ที่เพลงเพื่อเริ่ม load และเล่นเพลงที่ต้องการได้ทันที
muziic-img-6

ตัวเดียวก็เกินพอ

Muziic มีตัว player ในการเล่นเพลงที่ให้คุณภาพเสียงได้ดีเยี่ยม คุณสามารถตั้งค่าให้เหมาะสมกับความเร็ว internet ของคุณโดยการคลิ๊กที่ setting tab และเลือกคุณภาพของเสียงระหว่าง Standard และ HQ Stereo (แบบ HQ หรือ High Quality นั้นคุณจะต้องมี internet ความเร็วสูง)
นอกจากคุณภาพเสียงที่สามารถปรับให้ตรงกับความไว internet ของคุณแล้ว คุณสามารถเลือกฟังเพลงได้เป็นล้าน ๆ เพลงเลยทีเดียว นับว่าเป็นโปรแกรมที่น่าโหลดไปลองใช้ดูอย่างยิ่งครับ

ใช้ Microsoft’s OneCare ทำความสะอาด Windows

คุณอาจจะเคยใช้โปรแกรมบางตัวมาช่วยแก้ไข หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้าย้อนไปในยุค 90 เราค้นพบโปรแกรมที่ชื่อว่า Norton Utilities ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์ของเราได้มากในเวลานั้น หลังจากนั้นต่อมาก็มีโปรแกรมอื่นๆ อีกมากมายที่ผลิตออกมาสู่ตลาด และทางด้าน Microsoft เองก็ไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาร่วมวงในตลาดนี้ แต่ในขณะนี้ดูเหมือน่วา Microsoft จะตัดสินใจที่จะเข้าสู่ตลาดนี้ แถมให้บริการแบบฟรีเสียด้วย นั่นคือเจ้าตัว service ที่เรียกว่า OneCare นั่นเอง คุณสามารถไปดูรายละเอียดได้ที่ http://safety.live.com
OneCare เป็นบริการฟรีจากทาง Microsoft ที่คุณสามารถขอใช้บริการได้ถ้าคุณใช้ XP หรือ Vista ที่เป็นของแท้…ย้ำว่าของแท้เท่านั้น…ซึ่งการทำงานของ OneCare รวม ๆ แล้วคือการไปทำความสะอาดเครื่องของคุณ มันไม่ใช่แค่มองหา และลบพวก spyware และ virus เท่านั้น แต่มันจะทำการตรวจสอบ registry mis-configuration, error ต่าง ๆ, และปัญหาของระบบต่าง ๆ เช่น fragmentation เป็นต้น
OneCare ยังช่วยตรวจสอบระบบ firewall และ antivirus บนเครื่องของคุณด้วย หากคุณไม่แน่ใจกับประสิทธิภาพของ OneCare ก็ไม่ต้องกลัว เพราะโปรแกรมตัวนี้มีระบบ un-doable หรือยกเลิกสิ่งที่ทำไปแล้วได้ ไม่ว่าคุณจะให้มันทำอะไรสุดท้ายแล้วถ้าคุณไม่พอใช้ก็แค่ un-do มันก็เท่านั้น ซึ่งการ un-do นี้จะต้องทำผ่าน restore point ดังนั้นคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำ restore point ไว้ก่อนที่จะเริ่มใช้ OneCare
การใช้งาน OneCare นั้นคุณจะต้องใช้ผ่าน Internet Explorer เท่านั้น
full-service-scan
เมื่ออยู่ที่หน้าจอดังภาพข้างบนให้คุณคลิ๊กที่ปุ่ม Full Service Scan เพื่อเริ่มการทำงาน หรือคุณอาจอยากจะลอง version beta ซึ่งเป็น version ทดลองก็สามารถทำได้ เพียงคลิ๊กที่ link สีฟ้าที่เขียนว่า “beta edition” เท่านั้น
เมื่อคลิ๊กปุ่ม Full Service Scan มันจะเริ่ม download ตัว tool ที่ใช้ในการ scan เครื่องของคุณทันที โดยจะมี pop-up window ขึ้นมาถามความสมัครใจในการ download
downloading
เมื่อทำการ download เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะพบกับหน้าจอดังรูปข้างล่างนี้
finished-downloading
ให้คุณเลือกระหว่าง Complete Scan กับ Quick Scan
หากคุณเลือก Complete Scan - ระบบจะใช้เวลาในการทำงานนานกว่า แต่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแก้ไขสิ่งต่าง ๆ บนระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อย่างไรก็ตามก็จะทำการ Complate Scan ให้คุณแน่ใจก่อนว่า internet ของคุณนั้นมี security ที่ดี หากคุณมีข้อสงสัยประการใดก็สามารถคลิ๊กที่ link สีฟ้าในรูปที่เขียนว่า “Help Me Choose”
หลังจากที่คุณเลือกรูปแบบในการ scan แล้วโปรแกรมจะทำการ download ตัว scanning tool เข้ามา
scanning-tool
จากนั้นโปรแกรมจะเริ่มตั้งค่าเริ่มต้น(initializing) เพื่อทำการ scan เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
initialization
เมื่อโปรแกรมเริ่มทำการ scan เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณจะต้องให้เวลากับมันซักหน่อย เพราะการ scan เครื่องของคุณโดยละเอียดหรือ Complete Scan นั้นอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 5 ชั่วโมงขึ้นไป อย่างไรก็ตามในบางครั้งก็อาจจะใช้แค่ 20 นาทีได้เหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าระบบต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมันรกรุงรังแค่ไหน
scanning
เมื่อ OneCare เสร็จสิ้นการทำงานโปรแกรมจะรายงานผลให้คุณทราบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล virus ต่าง ๆ ที่พบ และข้อมูลการกำจัด virus เหล่านั้น
result
ลองไปใช้กันดูนะครับ สำหรับ OneCare ผมคิดว่ามันทำงานได้ดีเป็นที่น่าพอใจมาก

Lock folder โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมให้ปวดหัว

ผมว่าทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ต่างก็มีความลับกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะลับน้อยเช่นอาจจะแอบเก็บวีดีโอxx เอาไว้ดูคนเดียว หรือความลับใหญ่อย่าง รหัสปล่อยระเบิดนิวเคลียล์ ไม่ว่าจะเป็นความลับแบบไหนเราก็ไม่อยากให้ใครเัข้ามาล่วงรู้ใช่ไหมครับ (งั้้นจะเรียกว่าความลับเรอะ) โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์ยิ่งจะมีอะไรลับลับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรหัสต่างๆหรือคริปส่วนตัว (อันหลังนี่ผมก็มีเยอะเหมือนกัน อิ อิ ) วันนี้ผมเลยมีวิธีการเก็บรักษาความลับให้เป็นความลับต่อไปมาฝากครับ เป็นการล็อกไฟล์ที่อยู่ในเครื่องเรา โดยไม่ต้องหาโปรแกรมอะไรมาทำให้มันยุ่งยาก เรามาติดตามกันเลยดีกว่า
สำหรับวิธีการ ล๊อก Folder ที่เราอยากจะเก็บไว้เป็นความลับไม่ต้องการให้คนอื่นม าเปิดดูไฟล์ใน Folder ของเราวันนี้
ขอเสนอวิธีการ ล๊อก Folder โดยการใช้ Bat file นะครับ

วิธีการก็ง่ายๆครับ
ให้คุณสร้าง Folder ที่คุณต้องการจะเก็บไฟล์นะครับ ในที่นี้ผมขอ สร้างเป็น ชื่อ Comfixclub นะครับ วิธีการสร้าง Folder ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว ผมไม่ขอพูดถึงนะครับ

จากนั้นให้คุณเปิด Notepad แล้วพิมพ์ หรือ copy ของผมไปก็ได้ แล้วให้คุณปลี่ยน คำว่า Comfixclub เป็นชื่อ Folder ของคุณ

รูปแบบของการเขียนไฟล์ปลดล๊อก.bat
ren ชื่อfolder {20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} ชื่อfolder.
ก็จะได้

ren Comfixclub.{20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D} Comfixclub

*****หมายเหตุ ชื่อ Folder ห้ามแว้นวรรค นะครับ เช่น New Folder เนี่ยะไม่ได้นะครับ เพราะว่า ใน command มันไม่รู้จัก วรรค ครับมันจะหาแค่ Folder ที่ชื่อว่า New เท่านั้น

จากนั้นให้คุณ ไปที่ FileSave As ตั้งชื่อไฟล์ครับ ของผมผมจะตั้งชื่อว่า Key.bat ต้องเป็น .bat เท่านั้นนะครับ

แล้วให้คุณกลับมาที่ Notepad อีกครั้ง
ให้แก้โค้ดเป็นรูปแบบดังนี้

ren ชื่อfolder ชื่อfolder. {20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D}

ระหว่างชื่อfolder ให้ เคาะหนึ่งน่ะครับแล้วก็ตามด้วยชื่อfolder
คุณจะได้โค้ดเป็น

ren Comfixclub Comfixclub.{20D04FE0-3AEA-1069-A2D8-08002B30309D}

จากนั้นให้คุณ ไปที่ File Save As ตั้งชื่อไฟล์ครับของผมผมจะตั้งชื่อว่า Lock.bat ต้องเป็น .bat เท่านั้นนะครับ

เมื่อคุณต้องการ Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Lock.bat
เมื่อคุณต้องการ ปลด Lock โฟเดอร์ ให้คุณดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Key.bat
 
Fmagcom Copyright © 2009 Blogger Template Designed by Bie Blogger Template